LittleDoll_rabbit View my profile

ร้าย!!! พอๆกัน #3 The interrupt

posted on 23 Mar 2012 14:34 by auniaun  directory Fiction

Chapter 3 - The interrupt

 

 

 

 

                              

[ตอนนี้ขอ...งดเกรียน(รึเปล่า?)นะจิ๊บิ : AunAun]

 

 

 


 

 

 

น่าอายที่สุดในสามโลก  น่าอายที่สุดในชีวิตที่นนทนันท์เจอมา วันนั้นผมทำเรื่องน่าอายกว่านี้ตั้งหลายเท่า แต่ทำไม๊ทำไมวันนี้มันช่างน่าอายกว่าวันนั้นมากมายหลายขุมนัก ถ้าหม่ามี๊กับอาป๊ารู้จะต้องผิดหวังในตัวคชาน้อยลูกรักคนนี้แน่ๆ โฮๆ YOY  *ทุบโต๊ะ*

 

 

ผมมีข้อสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง...ทำไมหน้าอกและไหล่ของผมมันไม่กว้างเหมือนของอิพี่เต๋าวะ? 

 

ช่างมันเถอะ!! มาคิดก่อนดีกว่าว่าผมจะทำยังไงต่อไปดี แค่ปากบวมเพราะน้ำยาบ้วนปากผมก็อายจะแย่อยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้โดนพ่วงข้อสงสัยโดนดูดปากเข้าไปอีก อร๊ากกกก!! ปี๊บอยู่ไหน?  ผมจะเอาครอบหัววววว

 

ข่าวลือที่ผมไปดูดปาก(?)กับไอ้พี่เต๋ามันแพร่ไปทั่วโรงเรียนเร็วกว่าข่าวที่ผมกับไอ้เฟรมจัดฉากซะอีก ผมต้องทนนั่งเรียนในห้องท่ามกลางเสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมห้องและเสียงกรนของไอ้เฟรมที่นอนน้ำลายยืดตลอดคาบเรียน ไอ้เพื่อนทรพี!!

กว่าจะแบกสังขารและชีวิตของตัวเองกลับบ้านได้นี่ต้องผ่านสมรภูมิน้ำลายมาทั้งวันเลยนะ

 

 

 

 

“อ้าวลูกกลับมาแล้วเมื่อไหร่คะ?” หม่ามี๊ที่นั่งเขียนรายรับรายจ่ายประจำเดือนอยู่ที่ห้องรับแขกถามผมเมื่อเห็นผมเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านพร้อมกับเสื้อสเวตเตอร์ผืนหนาที่ไอ้พี่เต๋ามันยัดเยียดมาให้ผมซัก เพราะผมไปสั่งน้ำมูกใส่เสื้อผืนนี้ของมัน

 

“มาเมื่อกี๊เองครับ หม่ามี๊...” ผมบอกหม่ามี๊ก่อนจะเดินไปที่เครื่องซักผ้ารุ่นปุโรทั่งของบ้าน มันอยู่กับผมมาเป็นสิบๆปีแล้วนะ อาป๊าขนไปซ่อมไม่รู้กี่ครั้ง ผมกับเฮียนัทสงสัยว่าเงินค่าซ่อมมันจะมากกว่าราคาของมันตอนที่ซื้อมาซะอีก

 

“นั่นจะเอาไปซักเหรอลูก ปกติเห็นซักเป็นตะกร้าเลยนี่” หม่ามี๊ทัก

 

“อ๋อ...เสื้อของหมาอ่ะหม่ามี๊ซักให้มัน ชาสงสารมัน” คึคึคึ ด่าลับหลังแบบนี้เจ้าตัวคงไม่ได้ยินหรอก

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ผมตากเสื้อเสร็จแล้วก็หลบแสงแดดยามเย็นมานอนอืดอยู่ในห้องนอน มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของนนทนันท์อยู่แล้ว กินแล้วก็นอน พิเศษขึ้นมาหน่อยก็เล่นดนตรีกับไอ้เฟรมและเฮียนัท

ผมกดรีโมทเลือกช่องดูการ์ตูนอย่างตั้งใจปานประหนึ่งเลือกกาข้อสอบ

 

 

 

 

 เจอแล้ว!! เบ็นเท็นที่รักกกกก

 

 

 

 

 

~วนอย่างนี้เรื่อยไป หลับตาครั้งใดภาพเธอยังวนทำร้ายหัวใจฉัน...~

 

 

 

โทรศัพท์เครื่องน้อยที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนหัวเตียงสั่นอย่างกับเจ้าเข้า ผมคว้ามันมากดรับขณะที่ตาก็จ้องอยู่ที่เจ้าตัวการ์ตูนในโทรทัศน์

 

“ฮัลโหล”

 

/ไอ้เด็กแสบใช่ไหม?/  เสียงทุ้มห้าวดังออกมาไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าใครโทรมา

 

“ครับผม ต๋าวๆใช่ไหมครับ?” ผมแกล้งหยอด แหวะๆ ไม่ได้คิดพิศวาสอะไรหรอกนะ สเป็ค ของผมต้องสาวหมวยเท่านั้น!!!

 

/อย่ามาเล่นลิ้น/

 

“เราสองคนไปดูดลิ้นกันตอนไหนเหรอครับ?”

 

/จะดูดหรือไม่ดูด ตอนนี้เขาก็เข้าใจว่าดูดไปทั้งโรงเรียนแล้วล่ะ/ 

 

“ก็เพราะใครล่ะ?” ถ้าไอ้พี่เต๋ามันไม่ดึงน้องมิยาบิออกมันคงไม่เกิดเรื่องซวยๆแบบนั้นขึ้นแน่

 

/ก็มึงไม่บอกกูนี่ว่าปากมึงบวม  สัส!! เสือกแดงแล้วยังเสือกเจ่ออีกนะ/  อ่าวๆ คุณพี่ครับปากผมมันแดงมันเจ่อมันก็ไม่ได้ไปแดงไปเจ่อบนหลังคาเล้าไก่บ้านพี่นะครับ

 

“ก็ผมบอกแล้ไงว่าอย่าถอดๆ แล้วพี่เอาเบอร์ผมมาจากไหนเนี่ย?”

 

/เพื่อนมึงนั่นแหละที่หน้าสิวๆอ่ะ/  ไอ้เฟรม!!! ไอ้เพื่อนเวร

 

“แอบปิ๊งผมป่ะเนี่ยมีเบอร์ด้วย”

 

/พรุ่งนี้วันเสาร์เดี๋ยวตอนเช้ากูจะไปรับมึงที่บ้าน/

 

“เหี้ย!! มาทำไมพี่ แล้วรู้จักบ้านผมเหรอไง?”

 

/เพื่อนมึงเขียนแผนที่ให้แล้ว/   ไอ้เพื่อนดับเบิ้ลเวรรร ฮึ่มมมมม...วันจันทร์สงสัยผมต้องประเคนรางวัลให้มันซักโบก

-__-++  *สายตาอาฆาต*

 

 

“ผมไม่ว่าง”   อ๊ะ!! น้องคชาโกหก ~     อันที่จริงแล้วน้องคชาไม่อยากออกจากบ้านต่างหากอายปากบวมๆที่ยังไม่ค่อยจะหายดีของตัวเอง  ยิ่งคิดยิ่งโซแซดด เมื่อไหร่มันจะหายสักทีน๊อออ?   T^T   *ทำหน้าปลงตก*

 

/หึหึหึ กูรู้ว่ามึงว่างแค่นี้นะ/

 

ติ๊ดดด!!

 

 

“เดี๋ยวๆ อ้าว...ไอ้พี่บ้าวางสายเฉยเลยมันยังไม่เคลียร์เลยนะโว๊ย” ผมบ่นเบาๆ ก่อนจะเอาเจ้าโทรศัพท์รุ่นเดอะเก๋าของผมวางลงที่เดิมของมัน แล้วมานั่งจ้องน้องเบ็นเท็นต่อ เรื่องอะไรผมจะโทรไปถามล่ะ เก็บตังค์โทรศัพท์ที่มีอยู่น้อยนิดไว้ใช้ประโยชน์ยามจำเป็นๆดีกว่า โทรหาไอ้พี่เต๋ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระและสิ้นเปลืองมาก!!

 

 

 

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก!!

 

 

 

“ตี๋!! มีไอ้หน้าเผือกที่ไหนไม่รู้มาหา” เสียงเฮียนัทดังออกมาจากหน้าประตูห้อง ใครวะไอ้เผือก?

 

“ใครอ่ะเฮีย?” ผมกำลังส่องกระจกลายคิตตี้สีชมพูเพื่อเพ่งพิศใบหน้า(บูดๆ)หลังตื่นนอนของตัวเองอย่างตั้งใจ

 

“ไม่รู้สิเห็นมายืนรอที่หน้าบ้านอ่ะ ออกไปดูหน่อยก็ดีนะ”

 

“ครับ เฮีย!! บอกมันว่าให้รอสักครึ่งชั่วโมงนะชาจะอาบน้ำ”

 

“เออๆ”

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเดินลงบันไดอย่างอึนๆทั้งๆที่พึ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย ไม่สิ... นอนไม่หลับเลยต่างหาก มันกระสับกระส่ายคลื่อนไส้เวียนหัวคล้ายจะเป็นลม ไม่ใช่ละ!!

ไอ้เผือกของเฮียนัทก็คงไม่ใช้ใครที่ไหน คนที่โทรมาขู่(?)ผมเมื่อวานนั่นแหละ ผมหยิบเสื้อสเวตเตอร์ที่ซักเมื่อวานติดมือมาด้วย และไม่ลืมพกพริกไทยป่นใส่กระเป๋าสะพายลายเบ็นเท็นไปด้วยเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน

 

“วันนี้จะไปไหนแต่เช้าล่ะอาตี๋?” อาป๊านั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟาห้องรับแขก

 

“ไปแถวๆนี้ครับอาป๊าเดี๋ยวก็คงกลับมา...มั้ง”

 

“อืมๆ อย่ากลับบ้านกลับช่องดึกนักล่ะ”

 

“รับทราบครับผม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[Tao’s part]

 

 

 

 

 

ผมนั่งพิงปอร์เช่ลูกรักรอไอ้เด็กแสบมาเป็นชั่วโมง ไหนพี่ชายมันบอกว่าให้รอครึ่งชั่วโมงไม่ใช่เหรอวะ?  เมื่อวานผมโดนไอ้เพื่อนเวรสวดยับเลยมันไม่ถามอะไรผมสักคำเลยให้ตาย ถ้าผมได้ไอ้เด็กเวรคชาไปเป็นแฟนจริงๆคงต้องปวดหัวไปมากกว่านี้แน่ วันจันทร์ผมจะทำให้มันไปสารภาพกับทุกคนที่โรงเรียนให้ได้

แต่ว่าวันนี้ขอใช้งานไอ้เด็กแสบนี่ก่อนก็แล้วกัน ในเมื่อมันอยากเป็นแฟนผมมากนัก จะสนองให้หนึ่งวันก็แล้วกัน

ร่างเล็กที่บอบบางเกินชายในชุดเสื้อฮู้ดแขนกุดสีส้มสดใสสกรีนลายเป็ดสีเหลืองคาบอมยิ้ม ส่วนกางเกงก็เป็นกางเกงยีนขาสั้นธรรมดาๆแต่รวมๆแล้วก็ดูดี เดินสะพายกระเป๋าเบ็นเท็นออกจากบ้าน

 

 “มึงมาโคตรช้าเลย หัดสปีดตัวเองบ้างนะ หรือว่าแรมต่ำ?”

 

“โหยยย พี่เต๋า ผมพึ่งตื่นเองเหอะ”

 

“วันนี้กูมีที่ที่จะพามึงไป”

 

“ที่ไหนอ่ะพี่  นรกผมไม่ไปนะเชิญพี่ไปคนเดียวเถอะ ผมว่าที่นั่นเขาคงไม่ต้อนรับผมหรอก” ไอ้นี่วอนตรีนตั้งแต่เช้า สงสัยว่ามันคงไม่ได้กินข้าวเช้ามาแน่ๆเลยจึงวอนอยากกินอวัยวะเบื้องล่างที่มีข้อนิ้วของผม

 

“กูบอกมึงเหรอว่ากูจะไปนรก?”

 

“งั้นไปไหนอ่ะ?”

 

“ขึ้นรถ...แล้วเดี๋ยวมึงก็รู้เองแหละ”   ผมบอกมันเรียบๆก่อนที่จะเดินไปที่ฝั่งคนขับ คชาเองก็เปิดประตูไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ แล้ววางเสื้อสีเทาของผมไว้ที่คอนโซลรถ ผมสตาร์ทรถทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง ไอ้คนข้างๆก็หวีดร้องลั่นยังกับผมจะพามันไปตาย

ไม่ต้องห่วงน่าไอ้น้องมากับเศรษฐพงศ์แล้วสบายหายห่วง  *ชูสองนิ้ว*

 

 

 

 

 

 

 

[Kacha’s part]

 

 

 

อร๊ากกกกก!! ผมอยากเอาแป้งเย็นตราเสือภูเขากรอกปากไอ้พี่เต๋าจริงๆ คุณมึงกลัวไม่ได้ตายเหรอครับ? ถึงขับรถเร็วปานตดตัวชะมดป่า ปาดซ้ายทีขวาทีน้องคชาจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว ทุกทีเวลาไปไหนหม่ามี๊ของผมขับเร็วที่สุดแค่ประมาณ80Km/h เท่านั้นแหละ แต่ไอ้คุณเต๋ามันคงเหยียบมิดคันเร่งแน่ๆ ถ้าเกิดว่าหัวผมเกิดหลุดออกไปนอกหน้าต่างนะผมจะปรับคาเสียหายจนบ้านมันต้องกินข้าวกับภาพปลาทูเลย

 

รถคันหรูจอดที่หน้าร้านไอศกรีมกึ่งเบเกอรี่แห่งหนึ่ง ตัวร้านตกแต่งสไตล์ยุโรปแต่งแต้มด้วยสีครีมทั้งร้านแลดูอบอุ่น พี่เต๋าดับเครื่องยนตร์แล้วเดินลงจากรถทิงผมให้นั่งตากแอร์(ที่ดับไปแล้ว)อยู่คนเดียว ไอ้คนไร้ความรับผิดชอบ เอาเค้ามาแล้วก็มาทิ้งกัน แย่ที่สุด!!

ผมเดินลงจากรถด้วยความเซ็งสุดขีด แต่ผมก็ต้องชะงักงันพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นหอมของเค้กลอยออกมาจากภายในร้าน ผมยังไม่ได้ยัดอาหารเช้าลงท้องเลยอ่ะ ตอนนี้ต่อมตะกละมันเริ่มทำงานอีกแล้ว

 

 

 

~ กรุ๊ง กริ๊ง ~

 

 

 

เสียงกระดิ่งสีชมพูรูปหัวใจที่ห้อยอยู่บนประตูทางเข้าของร้านดังต้อนรับผมเบาๆ ยามเช้าๆแบบนี้ลูกค้าก็มีอยู่ประปราย ผมชะเง้อมองหาไอ้คนที่พาผมมาแล้วก็หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ จนกระทั่งเดินมาเจอผู้หญิงผิวขาวสวยที่ยืนอยู่ตรงมุมร้าน เธอกำลังเช็ดโต๊ะอยู่ ผมจึงเลือกที่จะเดินไปถามเธอคนนั้นเพราะผ้ากันเปื้อนของเธอมันปักด้วยตัวหนังสือสีแดงสดว่า MASTER!!   คนคนนี้เป็นมาสเตอร์ของร้านเหรอเนี่ย?

 

“เอ่อ...คุณครับ?” ผมสะกิดแผ่นหลังของมาสเตอร์สาวเบาๆ

 

“ว่าไงคะ?” ผู้หญิงคนนี้หันมายิ้มหวานๆให้ผม

 

“เห็น เอ่อ...พี่เต๋าไหมครับ?”                       

 

“ไอ้เจ้าเต๋าเหรอ อยู่หลังร้านมั้ง? น้องลองไปหามันดูนะ^^”

 

“ขอบคุณครับ” ผมกล่าวขอบคุณเบาๆก่อนจะเดินไปที่หลังร้าน

 

 

 

 

 

ผมค่อยๆเดินมาหาร่างสูงที่ง่วนอยู่กับการผ่าสตรอเบอร์รีประดับหน้าเค้กสตรอเบอร์รีวานิลลา ไม่คิดว่าคนที่วันๆเอาแต่เที่ยวทำตัวหล่อ ควงสาวไม่ซ้ำหน้าแถมยังอยู่รกโลกไปวันๆแบบไอ้พี่เต๋าจะทำเค้กเป็นกับเขาด้วย ผมแกล้งย่องเบาๆแล้วกอดเอวหนาเอาไว้แน่นให้คนที่ถูกกอดตกใจหน่อย แต่ผลกลับผิดคาดเมื่อคนโดนแกล้งไม่ตกใจเลย ยังคงแต่งหน้าเค้กอยู่อย่างเดิม ผมผละออกทันที ผมมักจะแกล้งเฮียนัทอย่างนี้บ่อยๆ เฮียของผมน่ะตกใจง่ายสุดๆเลย

 

ว๊าาาาาา ~  คนอะไรแกล้งไม่มันส์เลย?

 

 

 

 

ผมจึงตั้งท่าจะหันหลังกลับแต่ก็ถูกมือหนาๆดึงไว้ มันเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว ร่างกายของผมซวนเซชนกับอกแข็งๆ แล้วสตรอเบอร์รีผ่าครึ่งอันหนึ่งก็ถูกยัดเข้ามาในปากของผม ตามด้วยริมฝีปากร้อนที่กดทับลงมาอีกที รสจูบที่เต็มไปด้วยรสและกลิ่นของสตรอเบอร์รี หวานอมเปรี้ยว น่าลุ่มหลงแบบแปลกๆ ลิ้นหนาตวัดดูดเล่นหยอกล้อกับลิ้นของผม แม้ว่าสตรอเบอร์รีซีกนั้นจะถูกผมกับไอ้พี่เต๋าดูดกลืนไปหมดแล้ว แต่ความหวานมันยังติดปลายลิ้นของผมอยู่เลย ร่างกายของผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาอยู่ในอ้อมกอดของพี่เต๋าตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

 

 

 

พี่เต๋าถอนจูบออกแต่ยังคงกอดผมไว้หลวมๆ ผมอยากดันตัวเองออกมาจากตรงนั้น อยากมุดดินหนีจากสภาพที่เป็นอยู่นี้ อยากตบหน้าคนเจ้าเล่ห์ชอบฉวยโอกาสสักฉาด แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะแรงของผมในตอนนี้มันเหมือนถูกดูดหายไปพร้อมกับจูบเมื่อครู่แล้ว นี่สินะที่เขาเรียกว่า ‘จูบ’ มันเป็นแบบนี้เองสินะ

 

 

นี่มันเฟิร์ทคิสของผมเลยน๊า!!

 

 

 ถ้าไม่รวมวิ่งชนปากไอ้เฟรมที่หน้าประตูห้องคอมพิวเตอร์ตอนอยู่ปอสี่อ่ะนะ

 

 


โฮๆ ๆ ผมเกลียดคนคนนี้ที่สุดในโลกเลย จูบแรกของกรู๊ววววว!!!!!!!

 

 

“พี่เต๋าฉวยโอกาส” ผมพูดออกมาเสียงดังอู้อี้ ทำไมแว๊ๆ ทั้งๆที่อยากตะโกนออกมาให้มันลั่นร้านเลยแท้ๆ

 

“มึงยั่วกูก่อนเองนะ” ดู ดู๊ ดู มันว่าผมยั่ว ผมไปยั่วมันตอนไหน ไม่มี๊!!!

 

“อย่ามามั่ว ผมไปยั่วพี่ตอนไหนกัน ไอ้คนเจ้าเล่ห์” ผมระดมทุบลงไปที่อกแข็งๆนั่นไม่ยั้ง สักพักผมก็หยุดไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ ผมเจ็บมือว่ะ!!

 

“ก็ตอนที่...” ไอ้พี่เต๋ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

 

“อี๋!!! เอาหน้าขาวๆของพี่ออกไปจากหน้าหล่อๆของผมเลยนะเว่ย” ผมเอามือดันหน้าขาวๆนั่นไว้

 

“หึหึหึ” เสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอทำให้ผมหน้าร้องผ่าวด้วยความอับอายขายขี้หน้า

 

“น้องเต๋า!!” เสียงแหลมปรี๊ดดดดดดดด!! ดังมาจากทางประตู ทำให้ผมกับไอ้พี่เต๋าที่กำลังกอดกันอยู่หันไปมองพร้อมกัน ผู้หญิงสวยมากๆ หน้าขาววอก ปากแดงแจ๋ยังกับแดรกอุทัยทิพย์เป็นอาหารมื้อละโหล กับชุดเดรสสีชมพูยืนทำหน้าบึ้งมองมาที่ผมเขม็ง

 

“พี่แนน” เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ แต่คชาหูดี คชาได้ยิน อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้เป็น...

 

 

 

 

 

 

 

เป็น......

 

 

 

 

 

 

เป็น......

 

.

 

 

 

.

 

เป็นใครวะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#พูดคุยกับอินังไรท์เตอร์สักกะนิ๊ดดดด#

 

ตอนนี้อยากให้หวานอ่ะ แต่มันไม่หวาน  -..-   /อะไรของมันนังนี่?

พยายามหวานนนนนน ที่สุดแล้วอ่ะนะ

ถ้าหากหวานของไรท์เตอร์ มันขมสำหรับรีดเดอร์ สงสัยต้องเปลี่ยนแนวแต่งฟิคเป็นแนวอาชญากรรมแทนซะละ 555

 

ปอลอ... พรุ่งนี้อันจะเอาเอา Short fictionTaoKacha มาลงค่ะ ตั้งใจจะเอามาลงวันนี้แต่ว่ามันปั่นไม่ทัน ขอโทษด้วยนะจิ๊บิ

The day you went Away  

กรง[Cage]

Disunited

Equally ร้ายพอๆกัน#4

 

ปอลอลอ...อยากลงคืนนี้นะคะ แต่ว่าติดงานราตรีปัจฉิมที่โรงเรียนค่ะ

 

 

 

☺รักคนอ่าน พิศวาสคนเม้น กร๊ากกกก 555+☺

 

 

 
 
 
 

edit @ 23 Mar 2012 15:10:56 by LittleDoll_rabbit

edit @ 23 Mar 2012 15:11:29 by LittleDoll_rabbit

ร้าย!!! พอๆกัน #2 Kiss (?)

posted on 26 Feb 2012 14:34 by auniaun  directory Fiction

Chapter 2 - Kiss (?)

 

 

 

 

 

 

ผมบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อพญานาคกินไข่ลูกน้ำเป็นครั้งที่สองร้อยสามสิบสามของวัน  สิ่งที่ผมทำลงไปถึงมันจะเปลืองตัวไปหน่อยแต่ว่ามันก็คุ้มกันแหละน่า พรุ่งนี้ข่าวกระฉ่อนทั่วโรงเรียนแน่ วะฮ่าฮ่า!!!   *หัวเราะอย่างชั่วร้าย*

 

ว่าแต่...น้ำยาบ้วนปากนี่คงจะแรงน่าดูแฮะรู้สึกแสบๆร้อนๆไปทั้งปากเลยอ่ะ คงเป็นสูตรใหม่ที่อาป๊าซื้อมาใช้แน่ๆเลย

 

“ชาเห็นน้ำยาบ้วนปากไหมวะ?  หม่ามี๊เอาไปเก็บไว้ไหนเนี่ย” เสียงเฮียนัทตะโกนขึ้นมาจากชั้นล่าง คงจะหมายถึงไอ้น้ำเขียวๆที่ผมใช้อยู่แน่ๆเลย

 

“ทำไมอ่ะ?”

 

“มันหมดอายุแล้วยังไม่ได้ใช้เลย เฮียจะเอาไปทิ้ง!!” เฮือกกกก!!

 

“ยี่ห้ออะไรอ่ะ?”

 

“พญานาคกินไข่ลูกน้ำ ที่อาป๊าซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อนไง?” ชัดเจน แจ่มแจ้ง แจ๊ดแจ๋!! แอ๋แอ๋แอ๋แอ๋ T^T

 

“อ๊ากกกกกกกก!!! เฮียทำไมไม่บอกชาเร็วๆล่ะ” ผมทึ้งหัวตัวเองพร้อมกับแหกปากดังลั่นห้องน้ำ

 

“อย่าบอกว่าแกใช้ไปแล้วนะ!!”

 

“หมดขวดแล้วต่างหากเฮีย!!”

 

"เวรแล้วไอ้ตี๋!!”      

 

“แง้ๆ เฮีย!! ชาจะตายไหมอ่ะ?”

 

 

 

 

 

 

 

สุดท้ายยยย...เฮียก็พาผมไปหาหมอเนื่องจากน้ำยาบ้วนปากมหาตะไลนั่นมันหมดอายุมาสามปีแต่อาป๊าซื้อมาเพราะถูกเจ๊อารยาหลอกขายให้ โฮๆ TOT      ปากแสนสวยของผมตอนนี้บวมเจ่อราวกับถูกต่อยและแดงแจ๊ดแจ๋ยังกับดูดอุทัยทิพย์หมดเป็นโหล หมอฮันน่าคนสวยบอกว่าอีกสองสามวันถึงจะหาย แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปโรงเรียนได้ยังง๊ายยย!!??

 

“เฮีย พรุ่งนี้ชาไม่ไปโรงเรียนนะ บอกหม่ามี๊กับอาป๊าด้วยว่าชาไม่สบาย” ผมปั้นหน้าให้น่าสงสารสุดฤทธิ์

 

“ไม่ได้ๆ ปวกบวมนิดเดียวมันจะตายรึไง? ใช้มือเขียนตาดูหูฟังสมองจำ ไม่ได้ใช้ปาก”

 

“โถ...เฮีย ชาก็อายเป็นนะ(?)”

 

“มันก็ไม่ได้น่าเกลียดน่ากลัวอะไรนี่ปากแดงๆบวมๆแบบนี้อ่ะ รู้ป่ะ สาวๆเขายังอยากมีปากแบบนี้ด้วยซ้ำ”

 

“แต่ชาเป็นผู้ชาย ไม่ได้เป็นตุ๊ด!!”

 

“อ้าว!! เหรอ...นึกว่าเป็น” เฮียนัทพี่ชายที่รัก(?)พูดจบก็จรลีหายไปในบ้าน ทิ้งผมให้ยืนเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่หน้าบ้านคนเดียว จะต้องเป็นเพราะความอาภัพโชคตกอับหลังจากที่ได้จูบกับไอ้พี่เวรเต๋าแน่ๆไม่งั้นผมคงไม่ซวยแบบนี้หรอก T^T

 

 

 

 

 

 

 

ผมเดินลงจากรถอย่างกล้าๆกลัวๆ วันนี้เป็นวันแรกในชีวิตที่ผมไม่อยากมาโรงเรียน แต่เฮียและพรรคพวก(หม่ามี๊&อาป๊า) ลากผมมาโรงเรียนจนได้ นนทนันท์อยากตีลังการ้องไห้ ผมเดินเข้ามาในรั้วโรงเรียนที่มีสายตาอาฆาตและชื่นชมต่างๆนานามองมา ทุกคนที่ผมเดินผ่านจะหลีกทางให้ผมหมด รึว่าเป็นเพราะหน้ากากอนามัยลายแพนด้าสีชมพูที่ผมใส่มาวะ?

 

“นั่นไงเธอๆที่เป็นแฟนพี่เต๋าอ่ะ” เสียงซุบซิบดังขึ้นมาแว่วๆจากกลุ่มเด็กมัธยมต้นที่ยืนจับกลุ่มกันถือหนังสือพิมพ์ประจำวันของโรงเรียน

 

“น่ารักอ่ะแก!! ถึงว่าเอาชนะใจเต๋าเต๋าได้”

 

“ชิ!! ไอ้คชาหน้ากากแพนด้านี่มันสวยตรงไหนกัน” กระแสแรงทั่วทั้งโรงเรียนแบบนี้ไอ้เฟรมคงจะทำงานสำเร็จสินะ อุวะฮ่าฮ่า ^O^     *ยิ้มเยาะภายใต้หน้ากากอนามัย*

 

แต่ผมก็ต้องชะงักเท้าลงแทบไม่ทัน เมื่อคนที่โดนพาดพิงในข่าวหรือว่าคู่กรณีของผมยืนกอดอกมองหน้าผมอย่างเอาเรื่องภายในอุ้งมือขาวๆของเขามีหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกับพวกนั้นอยู่

“มานี่เลย!!” พี่เต๋าทำปากบอกผม ในมือขาวๆถือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เป็นประเด็นร้อนแน่น

 

“อุ๊ย!! ที่รักมารอเค้าเหรอ?” ผมตั้งใจพูดให้ดังๆ ให้พวกชะนีเก้งกวางบ่างค่างค้างคาวได้ยินอย่างทั่งถึงกัน

 

“กรี๊ดดดดดดดด!!” เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนก็ตามมา

 

“ต๋าวววว พาชาไปส่งที่ห้องทีสิ...”

 

“มานี่เลยไอ้ตัวแสบ” พี่เต๋าลากผมไปตามทางเดิน ความจริงมันก็คล้ายๆกับจูงมือนะแต่แรงบีบมันต่างกันก็แค่นั้น

 

“จะพาชาไปไหนอ่ะ?”                                                               

 

“ไปเคลียร์”

 

“ไปทำไมมีอะไรต้องเคลียร์อ่ะ”

 

“ไปสะสาง อย่ามาพูดมาก!!”

 

“ปล่อยๆๆโว๊ยยย!! ไม่ไปๆ” ผมพยายามยื้อแขนเล็กๆของตัวเองไว้สุดฤทธิ์ ไอ้พี่บ้าพลังลากผมไปตามทาง

 

“แล้วนี่อะไรปิดปากมึงเนี่ย? ปัญญาอ่อนชิบหาย” มือขาวเว่อร์เอื้อมมาจะดึงน้องหมีออกจากปากของผม ผมรีบหลบมือใหญ่ๆทันที คนเอี้ยไรวะครับมือใหญ่ยังกะตีนควายสู้มือผมก็ไม่ได้ผอมเพรียวจนมือนางงามจักรวาลอายเชียวแหละ

“อย่ามายุ่งกับน้องมิยาบิของผมนะ”

 

“ไอ้ผ้าปิดปากลายหมาไม่แดกเนี่ยนะ?”

 

“ก็...ก็ใช่ไง” ไอ้เฟรมตั้งชื่อให้เลยนะนั่น

 

“เอาเมียกูมาเสียหายหมดเลยมึงนี่”

 

“จะเมียจะชู้พี่ก็ช่างเถอะ ปล่อยแขนผมก่อน เจ็บโว๊ยย!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

[Tao’s part]

 

 

 

 

ผมลากเจ้าตัวแสบมาข้างหลังตึกลำดวนเฉลิมพระเกียรติอย่างรวดเร็ว ตึกนี้เป็นตึกเกือบร้างที่โรงเรียนกำลังปิดปรับปรุงบูรณะ แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครผ่านมาแถวนี้แน่ผมยื่นโทรศัพท์ของผมกับหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนฉบับวันนี้ให้ไอ้ตัวแสบดูผลงานที่มันทำไว้ มันทำตาโตก่อนจะคว้าไปอย่างรวดเร็ว

 

“พี่เต๋าให้ผมเหรอ? แม่งงง อยากได้มานานแล้วนะ แต่หม่ามี๊ไม่ให้ซื้ออ่ะ” ใครบอกว่ากูให้มึงไอ้เด็กเวลลลล์

 

“กูให้มึงแหกตาอ่านข้อความโว๊ยยย”

 

“อ่าวววว... ให้ดูก็ไม่บอกหลอกเด็กให้ดีใจ” คชาบ่นงุบงิบก่อนจะจิ้มไอโฟนของผมยิกๆ

 

“ฮ่าๆๆ โคตรฮาอ่ะพี่” จู่ๆร่างเล็กตรงหน้าผมก็ระเบิดหัวเราะออกมา มีอะไรให้ขำวะ?

 

“มึงอ่านข้อความหรือว่าดูรายการตลกวะ? หัวเราะยังกับโดนไฟไหม้บ้าน”

 

“เหี้ยพี่เต๋า พี่มีตาก็แหกดูเองสิครับว่าผมกำลังทำอะไร”

 

“ไอ้นี่เดี๋ยวจะโดนละ”                                                               

 

“อ๊ะๆ อย่านะๆเดี๋ยวพี่จะโดนว่าทำร้ายแฟนที่รักนะครับ” ถ้าไอ้เด็กนี่เอาไปฟ้องเพื่อนผม ผมก็โดนพวกมันด่ายับล่ะสิ

 

“ฮึ่ยย!! มึงอ่านจบยัง?”

 

“ข้อความมีเป็นร้อยๆ น้องชาชาจะอ่านจบได้ยังไงกันครับ”

 

“กูให้มึงอ่านแค่แปดสิบข้อความอย่ามาเวอร์ไม่ถึงร้อยสักหน่อย”

 

“เต๋าคะ...เราเลิกกันเถอะ - แพมมี่     เต๋าๆทำกับนิจิแบบนี้ได้ไงอ่ะ   เต๋าแม่งเฮงซวยมีแฟนแล้วก็ไม่บอกกัน -โยโย่” เสียงใสถูกดัดให้แหลมเล็กเลียนแบบแม่พวกนั้นที่ส่งข้อความมาหาผม

 

“มึงอ่านดีๆกูก็ไม่ว่านะ”

 

“เอาเป็นว่า...ผมเข้าใจความรู้สึกพี่นะ” เสียงใสๆดังอู้อี้อยู่ในผ้าปิดปากที่มันดูเกะกะตาของผมมาก

 

“มึงเอาผ้าปิดปากออกได้ไหมวะ?”

 

“ทำไมอ่ะพี่ มันก็น่ารักดีออกน้องมิยาบิเนี่ย” คชาทำหน้างง

 

“เออๆ เรื่องของมึง อย่าเผลอนะมึงเดี๋ยวกูจะดึงออกมาเผาทิ้งให้ดู” ผมขู่เสียงดุพลางทำท่าจะดึงจริงๆ มือเล็กรีบปัดป้องทันที

 

“ผมไม่เห็นข้อความของยูกิเลยอ่ะ” ไอ้ตัวแสบพูดเบาๆ

 

“ใครวะยูกิ?” ผมไม่เคยมีแฟนชื่อยูกินะ กิ๊กก็ไม่มีชื่อนี้สักคน

 

“แฟนพี่ไง”

 

“ใช่ห่าอะไรวะไอ้ตัวแสบ กูไม่มีแฟนมาได้เป็นเดือนละ ที่เหลือก็แค่คุยๆกันเฉยๆอ่ะ ฟงแฟนไม่มี” เมื่อเดือนก่อนผมพึ่งเลิกกับพี่แนน สาวปีสี่ของมหาวิทยาลัยดังของจังหวัด ผมรู้จักกับพี่เขาเพราะพี่แนนเป็นเพื่อนกับพี่สาวของผม แต่ที่เลิกกันไปก็เป็นเพราะเวลาและระยะห่างระหว่างเราจึงทำให้ความรู้สึกผูกพันธ์ค่อยๆลดลงไป อีกทั้งพี่เขาก็มีคนใหม่ด้วย

 

“อย่ามาตีหน้าซื่อ!!” แววตาและน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นต่างจากไอ้ตัวแสบจอมก่อกวนเมื่อหลายนาทีก่อน อะไรของมันวะ?

“ไอ้นี่...มึงจะเอายังไงกับกูวะ? ก็บอกแล้วไงว่าไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้อ่ะ”

 

“ก็แฟนผมไง ที่มาวันนั้นอ่ะ วันที่ผมได้พี่รหัสเฮ็งซวยแบบพี่!!!” วันไหนวะ? หรือว่าวันงานโรงเรียนวันนั้นวะ?

 

“ใช่เด็กหน้าตาหมวยๆ แต่งหน้าค่อนข้างจัด ที่มากับมึงรึเปล่าวะ?”

 

“เออ”

 

“กูเจอยัยนั่นแค่สองครั้งเองเหอะ วันนั้นกับวันวาเลนไทน์”

 

“พี่เจอยูกิวันวาเลนไทน์เหรอ?”

 

“ก็เออสิวะ ยัยนั่นมาสารภาพรักกับกูแต่กูก็ไม่ได้ตอบอะไรหรอก วันนั้นกูมีนัดกินเหล้ากับพวกไอ้ไทด์มัน”

 

“ฮึกๆ โฮ...TOT” จู่ๆไอ้คนที่พึ่งวางมาดใส่ผมก็ปล่อยน้ำตาออกมาเป็นก๊อกแตก ผมรู้ล่ะ...ว่าทำไมแฟนมันถึงเลิกกับมัน

 

“มึงจะร้องเหี้ยอะไร?” ผมมองไปรอบๆตัว เผื่อมีคนผ่านมาจะได้หลบทัน

 

“รู้งี้ผมไม่พายูกิมางานวันนั้นก็ดีหรอก โฮ!! TOT” มันยังร้องไม่หยุด เอาไงดีวะกูยิ่งปลอบคนไม่เป็นอยู่ ผมเท้าสะเอวมองคชาที่ยืนร้องไห้ซิกๆอย่างหัวเสีย

 

“หยุดร้องเลย เดี๋ยวพวกภารโรงก็แห่มาหรอก”

“ฮึกๆ ถ้ายูกิไม่มาวันนั้นนะ ป่านนี้ก็คงไม่เลิกกันหรอก โฮๆ TOT”

 

“ไม่มีกูยัยนั่นก็เลิกกับมึงอยู่ดี ถ้ากูเป็นยัยนั่นนะมีแฟนเป็นผู้ชายแต่ขี้แยร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้กูก็เบื่ออ่ะ”

 

“โฮๆ ทำร้ายจิตใจมากกกก”

 

“มึงจะหยุดไม่หยุด” ผมกดเสียงต่ำลง พร้อมๆกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นสูง ไอ้คชามองผมก่อนจะหลับตาปี๋ตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้

 

“ฮึกๆ...ฮืออออ เอาสิจะทำอะไรก็ทำ จะต่อยผมก็ได้นะ ฮึกๆ” ดูมัน...

 

“มึงจะไม่หยุดร้องจริงๆใช่ไหม?”

 

“ฮึกๆ ๆ โฮ!! T^T”

 

 

 

หมับ!!!

 

 

 

ผมคว้าหัวทุยๆเข้ามาแนบอกทันที จะทำยังไงได้ก็ในเมื่อมันยังร้องไห้ไม่หยุดแบบนี้ ผมยิ่งปลอบคนไม่เป็นซะด้วย ผมใช้แขนอีกข้างโอบเอวของไอ้ตัวแสบเข้ามาชิดมากขึ้น ส่วนอีกข้างก็กดหัวทุยๆเข้ากับอก คชาก็ไม่ขัดขืนอะไรแต่กลับกอดตอบและร้องไห้หนักกว่าเดิมอีก เสื้อสเวตเตอร์สีเทาที่ผมสวมทับเสื้อนักเรียนมาเปียกชื้นเป็นวาวไอ้ห่าสั้งน้ำมูกใส่เสื้อกูอีก

 

“เออๆ ร้องเข้าไปนะมึง แล้วเอาเสื้อไปซักให้กูด้วยล่ะ”

 “อืมๆ ฮึก...ฮือออ  ฟืดดดด~” ขานรับเบาๆแล้วร้องไห้ต่อเชื่อมันเลยจริงๆ

 

ผมดันร่างเล็กออกเบาๆ แล้วเชยคางมนๆของมันขึ้น ดูยังไงๆ ไอ้หน้ากากลายหมีแพนด้ามันก็ขัดหูขัดตาผมอยู่ดี ผมใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มใสเหมือนผู้หญิงนั้นเบาๆ เมื่อมันเผลอ...          

 

 

ผมก็.....

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

ดึงหน้ากากลายขัดหูขัดตาอันนั้นออกอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวแสบทำหน้าตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบยกมือปิดปากอย่างรวดเร็ว มันเร็วมากจนผมไม่เห็นว่าปากนั่นมันมีอะไรซ่อนอยู่

 

“ดูไม่ได้นะ” เสียงใสๆดังอู้อี้อยู่ภายใต้ฝ่ามือเรียวเล็กที่ปิดปากอยู่

 

“มันเป็นอะไรนักหนาวะ?” ผมดึงมือเล็กๆนั่นออก แล้วสิ่งที่ผมเห็นคือออออ...

 

“อ๊ากกกก ไอ้พี่เต๋า!!”

 

“เหี้ยคชา ปากมึง...”

 

“ปาก...ปากผมทำไมอ่ะ?” มือเรียวของไอ้แสบรีบยกปิดอีกรอบ

 

“ทำไมมันบวมแดงอย่างนั้นวะ? ปากมึงไปโดนไรมา?” หรือว่าไอ้นี่ไปดูดกับใครมาวะ?

 

“โฮๆ มันทุเรศมากเลยเหรอวะพี่?” คชาโอดครวญ

 

“เอ่อออ...”

 

“เฮ่ยย!! พวกมึงทำอะไรกันอ่ะ?” เสียงห้าวของบุคคลที่สามดังขึ้นมาข้างหลังผม เสียงมันคล้ายๆ...คล้ายๆกับไอ้เหี้ยต้อลเพื่อนผมนะ

 

“เต๋ามึงทำอะไรน้องมันน่ะ?” ไอ้ต้อลรีบปราดมาสำรวจดูตัวคชาและมันก็ต้องสะดุดกับปากแดงบวมเจ่อของไอ้เด็กแสบมันหันมามองผมอย่างอย่างมีเลศนัย

 

“มึงมองกูแปลกๆนะ”

 

“คบกันได้ไม่กี่วันเอาน้องเขาปากบวมหมดเลยนะไอ้เต๋า”

 

“พะ...พี่ต้อลครับ คชาไม่ได้...” ไอ้แสบพูดขึ้นแต่ก็โดนดักไว้ก่อน

 

“ไม่ต้องพูดอะไรเลยคชา กูบอกให้มึงถนอมน้องมันหน่อยไง”              

 

“แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วยวะต้อล” ผมไม่ได้ทำอะไรไอ้เด็กนี่เลยนะ จู่ๆมันก็มาว่าให้ผมปาวๆอ่ะ

 

“ก็มึงจูบน้องเขานี่ไอ้ห่า”

 

“เหี้ยอะไรครับ!! ผมไม่ได้จูบกับพี่เต๋านะ” ไอ้คนปากบวมทำหน้าตกใจโบกไม้โบกมือปฏิเสธ

 

“น้องคชาไม่ต้องกลัวไอ้เต๋านะ พี่อยู่ตรงนี้ทั้งคน” ไปกันใหญ่แล้ว

 

“กู-ไม่-ได้-จูบ-ไอ้-เด็ก-เวร-นี่” ผมพูดย้ำทีละคำ ไอ้ต้อลจ้องหน้าผมนิ่ง ถึงผมจะเจ้าชู้หื่นกามยังไงก็ไม่มีทางมาจูบเด็กแก่นกะโปโลอย่างนี้หรอกน่าสเป็คของผมน่ะจะต้อง... ขาว อวบ อึ๋ม

 

“มีเรื่องอะไรกันวะ?” ฝูง(?)เพื่อนของผมแห่กันมาหมด  ทั้งไอ้ต้น ไอ้ไทด์ จอย แพรว หลิน เอาเข้าไป

 

“ไอ้เต๋ามันรังแกน้องคชาว่ะ”

 

“ไอ้เต๋า!!!”       เหี้ยแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ไอ้เด็กแสบก็ไม่คิดจะปฏิเสธอะไรเพราะมัวแต่อึ้งและก็ปิดปากบวมเจ่อแดงแจ๋ของตัวเอง โยนขี้ให้กูอีกแล้วววว T^T              

 

 

 

 

 

 

 

TALK WITH ME : AunAun

 

#  รีดเดอร์ที่รักจ๋า *โค้งกราบงามๆ* 

ขอโทษด้วยนะจ๊ะจ๋าที่มาอัพช้าไปสองร้อยสามสิบสามชาติเศษ แต่ไรท์เตอร์มีเหตุผลนะ *จิ้มนิ้วจึ๋งๆ*

คุณครูสอนไว้ว่า “คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว”

งั้นไรท์เตอร์คงจะเป็นคนจัญไรอ่ะ เพราะชอบแก้ตัว อุวะฮ่าฮ่า ^O^

คือว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนคุณยายของไรท์เตอร์เข้าโรงพยาบาลค่ะ แล้วไรท์เตอร์ก็ไปเยี่ยมแต่...

ไรท์เตอร์เอารถไปสวนกับสิบล้อ แต่ยังไม่ตายเพราะว่าเบรกเกือบทันแต่ก็หัวแตก

วันนั้นแม่ของไรท์เตอร์บอกให้ไปกับแม่แต่ไรท์เตอร์ไม่ยอมไป ไรท์เตอร์ไปเองเอามอ’ไซค์ไป 555

แต่ถึงจะเฉียดตายยังไงก็กลับมาแต่งทันนะตะเอง นอนอยู่เฉยๆเป็นอาทิตย์แทนที่จะอ่านหนังสือเตรียมสอบ

แต่ดันเปิดคอม อ่าน แต่งฟิค   สปิริตดีป่ะล่าาาา มันเป็นเพียงประเด็นรอง

ประเด็นหลักคือเล่นเฟซบุ๊คต่างหาก 555   *โดนโบกหัว*                                

พอๆละ ทอล์คมันชักจะยาวกว่าฟิค ไปดีกว่าฟิ๊วว  ~

 

 

ปล. ขอโทษที่มาอัพช้านะคะ จะแต่งชดเชยให้ค่ะ

 

 

ปลล(เมื่อไหร่เมิงจะไปซักทีอิไรท์เตอร์).   ไรท์เตอร์คิดว่าจะย้ายฟิคไปเด็กดี ดีไหมอ่ะ? กลัวว่าเอ็นทรี่ในเอ็กซ์ทีนมันจะหายากอ่ะ       *แค่คิดๆ คงไม่ทำหรอกค่ะขี้เกียจ  แว๊กกกกกก!!*                   

                                                                            

ไปจริงละจุ๊บๆ ม๊วฟฟฟ >3<    *ส่งจูบๆ*

 

 

 

     

                                                                     

 
 
 
 
 
 
 
 
 

เธอกับเขาและรักของเรา [TaoKacha23*3]

 

 

 

 

 

 

 

หยุดตัวเองยังไงฉันไม่ควรปล่อยใจให้รัก หักใจยังไงไม่ให้โบยและบินไปกับเธอ ~ 

 

 


 

ร่างเพรียวระหงในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวยาวเหนือเข้าประมาณสองนิ้วยืนคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆตลอดหนึ่งสัปดาห์ผ่านมา ทำไมเวลาแค่เพียงสั้นๆถึงรู้สึกผูกพันมากมายได้ขนาดนี้

 

 

“มายืนตากลมทำไมตรงนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” วงแขนหนาสวมกอดเอวบางไว้หลวมๆ ร่างสูงยืนซ้อนแผ่นหลังบางไว้ ร่างเล็กจึงเอนตัวอิงแผงอกอุ่นอย่างต้องการที่พึ่ง

 

 

“เต๋าว่าออสการ์จะตามหาตัวชาอยู่ไหม?” ร่างเล็กถามเสียงแผ่ว วงแขนอุ่นก็กระชับแน่นกว่าเดิม กลัว...กลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไป

 

 

“ไม่ว่ายังไง...ผมก็จะไม่ยอมให้คุณไปกับใครทั้งนั้น”

 

 

“ชากลัว...” ร่างเล็กหมุนตัวมาสบตากับร่างสูง สายตาที่มองลึกไปถึงหัวใจ ทำไมเขาถึงไม่เจอคนคนนี้เร็วๆนะ

 

 

“คู่หมั้นของคุณน่ะเหรอ?”

 

 

“อืม...ออสการ์คงรู้แล้วล่ะว่าชาหนีมากับเต๋าและอีกไม่นานก็จะรู้ว่าเราสองคนอยู่ที่ไหน” ร่างเล็กพูดเสียงเบาหวิวก่อนจะถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดอุ่นๆของร่างสูง

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ็ดวันที่แล้ว...

 

 

 

 

 

“พวกนายจะตามฉันทุกฝีก้าวเลยรึไงกัน?” ร่างบางพูดกับบอดี้การ์ดร่างถึกสี่คนเป็นรอบที่ร้อยของวันที่ตามเขาแทบจะกลายเป็นเงาของเขาไปแล้ว

 

 

“ไม่ได้ครับคุณหนูมันเป็นคำสั่งของคุณออสการ์”

 

 

“ฉันเป็นเจ้านายแกนะ!!” เสียงหวานเริ่มเหวี่ยงอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะคิดแผนการอะไรดีๆออก

 

 

“คุณหนูครับผมว่า...”

 

 

“เฮ๊ย!! แกจะทำอะไรน่ะ” ร่างเล็กแสร้งทำเป็นตกใจชี้ไปที่ด้านหลังของบอดี้การ์ด ทันทีที่สัตว์กินพืช(กระบือ)ทั้งสี่หันหลังไปมอง ขาเรียวก็ออกแรงวิ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง

 

 

ขอหนีเที่ยวตามสบายซักวันเถอะ!!

 

 


เมื่อบอดี้การ์ดรู้ว่าโดนหลอกก็รีบวิ่งตามร่างเล็กๆที่วิ่งนำหน้าไปก่อนหลายขุมทันที

 

“คุณหนู แฮ่กๆ หยุดก่อนครับ”

คชารีบวิ่งหลบเข้าซอกหลืบเล็กๆที่ทะลุไปอีกทางได้ทันที ตั้งแต่เกิดจนโตเห็นแต่คฤหาสน์ไม่เคยมีโอกาสได้ออกมานอกบ้านแบบนี้เลย ใครจะโง่ปล่อยให้คนตัวถึกๆมาคุมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงกันเล่า เสียบรรยากาศการเที่ยวหมด กว่าจะได้มาเที่ยวเมืองไทยก็อีกนานขอเที่ยวให้ทั่วเกาะนี้เลยก็แล้วกัน

 

ย่านการค้าบนเกาะที่คนพลุกพล่านมากถึงมากที่สุดสามารถบดบังร่างบางจากสายตาของเหล่าบอดี้การ์ดพวกนั้นได้เป็นอย่างดี

 

“ฮ่ะๆ ๆ ไม่ได้แอ้มชาร๊อกกก” ร่างเล็กวิ่งทะลุตรอกแคบๆอย่างสบายใจ

 

 

ตุ้บ!!!

 

 

ร่างเล็กชนกับร่างสูงที่วิ่งมาอีกทางอย่างจากจนหกล้มสะโพกกลมกระแทกกับพื้นดินแข็งสกปรกเข้าอย่างจัง

 

“โอ๊ยยย!!” ร่างเล็กโอดครวญอย่างเจ็บปวดพลางช้อนนัยน์ตาคลอน้ำตามองร่างสูงที่ตนเองวิ่งชน

 

“มองทำไม?” ร่างสูงถามเสียงแข็ง

 

“ฮึกๆ คุณวิ่งชนผมทำไม?” เสียงสะอื้นน้อยๆดังมาจากร่างที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้น

 

“แล้วทำไมคุณไม่หลบล่ะ?” ร่างหนามองร่างเล็กอย่างหนักใจ เขากำลังหนีอยู่แล้วตรอกนี่ก็แคบแค่หนึ่งคนเดิน คนตรงหน้าก็ดันมานั่งขวางอยู่ด้วย จะกระโดข้ามไปก็ยังไงอยู่

 

“ผมรีบ ลุกขึ้นแล้วหลีกทางให้ผมเดี๋ยวนี้นะ” ร่างสูงออกคำสั่งกับร่างบางที่ตนเองเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง ร่างเล็กยังคงนั่งนิ่วหน้าน้ำตาไหลอยู่ไม่ตอบรับคำสั่งอะไรทั้งนั้น

 

“ผมบอกให้ลุกไง” ร่างสูงเริ่มหมดความอดทน

 

“ฮึกๆ ...”

 

“เห็นว่าเป็นผู้หญิงแล้วจะสำออยรึไง?” เมื่อเจอคำถามเจ็บแสบตาสวยก็ช้อนมองอย่างไม่พอใจ

 

“ผมเป็นผู้ชาย” ร่างสูงสะอึกไปชั่วครู่ ผู้ชายงั้นเหรอ?

 


ผู้ชายเอี้ยอะไรสวยน่ารักราวกับสตรี? 

 

 


“นั่งไงมันอยู่ในตรอกนั่นไง!!!” ชายฉกรรจ์สองคนตะโกนโหวกเหวกก่อนจะวิ่งมาหาจุดที่ทั้งสองอยู่

 

“เวรแล้ว!!” ร่างสูงสบถเบาๆก่อนที่จะก้มมองร่างน้อยที่ร้องไห้ซิกๆราวกับเด็กน้อย ร่างสูงรีบคว้าร่างเล็กขึ้นพาดบ่าวิ่งออกจากตรอกนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งหายกลืนไปกับฝูงชนมากมาย ชายฉกรรจ์ที่ไล่กวาดมาจึงหยุดวิ่งและกลับไปทางเดิมอย่างหัวเสีย

 

 

 

 

 

 

“นายมาจากไหน?” ร่างสูงถามร่างบางที่นั่งดูดโอเลี้ยงอยู่ตรงร้านขายโอเลี้ยง

 

“ผมมาจากมาเก๊า” ร่างบางพูดเสียงเบา

 

“เหรอ...ทำไมพูดไทยชัดจัง?”

 

“ผมเป็นคนไทย แต่...แต่ว่าไปอยู่ที่มาเก๊าตั้งแต่เด็ก” คชาตอบกลับแววตาอ่อนแสงอาจเป็นเพราะมาอยู่ในที่ไม่คุ้นตาและคนไม่คุ้นเคย

 

“แล้วหนีมาแบบนี้พ่อแม่ไม่ว่าเหรอ?”

 

“ผม...” ทำไมต้องถามแบบนั้นด้วย

 

“ว่าไงล่ะ?” ร่างสูงถามย้ำ

 

“ผมไม่มีพ่อแม่ ผมมีแต่เงิน บ้าน คนรับใช้ แล้วก็พวกงี่เง่าที่ตามผมเป็นเงาทุกวัน”

 

“เป็นพวกคุณหนูหรอกเหรอ?”

 

“ผมอายุยี่สิบแล้วนะ!!” ร่างเล็กตะเบ็งเสียงใส่ร่างสูง

 

“หึ ...เด็กใจแตกแอบหนีออกจากบ้านสินะ”

 

“ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมอายุยี่สิบไม่เชื่อดูบัตรประชาชนก็ได้นะ ผมมีอยู่” ร่างเล็กควานหากระเป๋าเงินในกางเกงแต่ทว่ามันหายไปเสียแล้ว

 

 

 

คงหล่นตอนที่วิ่งหนีไอ้พวกนั้นแน่ๆเลย 

 

 

“ไม่มีหลักฐานล่ะสิ?” ใบหน้าขาวกระจ่างเหยียดยิ้มหยันร่างเล็กที่ควานหากระเป๋าไปมาไม่หยุด

 

“ฮึ่ยยย!!”

 

“เสียเวลาเปล่าน่าผมชื่อเศรษพงศ์ เรียกว่าเต๋าก็ได้ ผมอยู่บนเกาะนี้มาตั้งแต่เด็กแต่ไปเรียนที่ออสเตรเลียพึ่งจะกลับมาได้ไม่กี่วันเอง ส่วนพวกที่ตามผมมาเมื่อกี้ก็เป็นพวกอันธพานแถวๆท่าเรือน่ะ คุณล่ะชื่ออะไร?” ร่างสูงถามอย่างมีมารยาท

 

“ผมชื่อนนทนันท์ อัญชุลีประดิษ์ เรียกคชาก็ได้ ผมอายุยี่สิบแล้ว”

 

“ผมเชื่อคุณก็แล้วกัน” ร่างสูงพูดก่อนจะก้มดูดชานมเย็นในแก้วพลาสติกใส

 

“ที่นี่ที่ไหนเหรอเต๋า?” ร่างเล็กถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนที่พลุกพล่านเดินสวนกันไปมา ร้านรวงต่างๆที่เปิดขายเต็มพื้นที่

 

“ตลาด คุณคงไม่เคยมาสินะ”

 

“ครับ วันๆหนึ่งผมอยู่แต่ในบ้าน เรียน กิน นอน เล่น ก็ที่นั่น”

 

“แล้วคุณจะกลับบ้านยังไง?”

 

“ผมไม่อยากกลับ”

 

“แล้วจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?”

 

“...ผมไม่รู้ ขอบคุณที่คุณช่วยผมนะเต๋า ผมคงต้องไปแล้วล่ะ ผมไม่มีอะไรตอบแทนเลย...” ร่างบางพูดเสียงเบาก่อนจะปลดสร้อยเงินที่คอยื่นให้ แต่ร่างสูงไม่รับ

 

“ผมไม่ใช่คนที่เห็นแก่เงิน เก็บของของคุณแล้วรีบไปซะก่อนที่พวกที่ตามหาคุณจะตามมาเจอคุณที่นี่”

 

“ครับ...ผมหวังว่าจะได้เจอคุณอีกนะ” ร่างเล็กเดินออกจากร้านโอเลี้ยงโดยมีสายตาของร่างสูงมองตาม ใบหน้านวลที่ชวนมองและทำให้เขาหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น

 

 

อยากจะลืมนาทีช่วงที่เธอผ่านพ้นเข้ามา    หลับตา ใจแอบมองเห็นเธออยู่ดี ~ 

 

 

 

“น้องสาวววว จะไปไหนเหรอให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะ?” วาจาแทะโลมจากคนเมากลุ่มหนึ่งทำให้ร่างเล็กรีบสาวเท้าเดินเร็วขึ้นด้วยความตระหนกระคนความกลัว แต่ว่ามีชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นมาดักร่างเล็กไว้

 

“จะรีบไปไหน?” เสียงแหบห้าวถามพลางสะแหยะยิ้มส่งให้ร่างบางที่ถูกบีบข้อมือแน่น

 

“เจ็บ ปล่อยนะ” คชาพยายามสะบัดข้อมือบางออกจากอุ้งมือกร้านหยาบแต่ยิ่งสะบัดมันยิ่งเจ็บ

 

“หน้าตาน่ารัก มาทำอะไรแถวนี้คนเดียวจ๊ะ?”

 

“ปล่อยนะ”

 

“ผิวเนียนนุ่มมือดีนะ อย่างนี้ค่อยสนุกหน่อย”

 

“จะ...จะทำอะไรน่ะ?” ร่างบางสะดุ้งเมื่อถูกรวบไว้ กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งอยู่แถวๆต้นคอเนียน

 

“เฮ่ย!! พวกมึงคนนี้เป็นไงวะ?” เสียงแหบตะโกนถามเพื่อนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่อีกฝั่งของถนนที่ห้างกันไม่กี่ก้าว

 

“แหล่มเลย” ชายร่างสูงอีกคนตอบกลับพร้อมกับยิ้มหวานเยิ้ม

 

น่ารังเกียจ

 

“พวกมึงจะทำอะไรน่ะ?”  เสียงทุ้มตะโกนแทรกเสียงโหวกเหวกของวงเหล้าทำให้ทุกคนหันไปทางต้น

เสียงเป็นทางเดียวกันรวมถึงร่างบางด้วย

 

 

 

 

 

ร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มดูมีภูมิฐานใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วแน่น ร่างสูงขว้างเอกสารต่างๆในมือไปติดบนหน้าของเหล่าบอดี้การ์ดที่ทำงานพลาด

 

“โทรไปบอกอาป๊าด้วยว่าเราจะอยู่ต่อที่นี่จนกว่าจะหาตัวคุณแคชช่าเจอ”

 

“ครับนายท่าน”

 

“ฉันจะออกตามหาด้วยตัวเอง ส่วนงานที่ต้องเจรจาเลื่อนออกไปก่อนหรือไม่ก็แคนเซิลทิ้งไปเลย”

 

“ครับ”

 

“เกาะเล็กๆแค่นี้หาไม่กี่วันก็คงจะเจอ”

 

หายไปไหนนะ? ทำไมชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย  

รู้ว่าจะวุ่นวายอย่างนี้ไม่มาเจรจางานที่นี่ก็ดี นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ไม่อยากพาเจ้าตัวแสบมาเมืองไทย

 

 

 

“โห...คนของลูกพี่เต๋าก็ไม่บอก” นักดริ๊งค์ที่สร่างเมาเพราะหมัดลุ่นๆคนละทีตามด้วยน้ำเย็นๆอีกคนละหม้อที่ร่างสูงประเคนให้โอดครวญอย่างเสียดาย

 

“ไม่ต้องมาทำหน้าอย่างนั้นเลยนะไอ้เฟรม”

 

“ต้องโทษไอ้เจมส์อ่ะแหละที่ไปดักจับคชามาอ่ะ” เฟรมโยนความผิดให้เจมส์ที่นั่งคลำแผลบนมุมปากป้อยๆ

 

“อ้าวๆ โทษกูเฉยเลย”

 

“หรือไม่จริงวะ?”

 

“จริง แต่กูนึกว่าคชาเป็นผู้หญิงนี่หว่า สวยออกอย่างนี้”

 

“คชาเป็นอะไรมากป่ะ? เจมส์ขอโทษนะ ตอนนั้นมันเมา” ร่างหนาหันมาพูดกับร่างบางที่นั่งชิดกับเต๋า เพราะความกลัวที่ยังติดอยู่

 

“ไม่เป็นไรหรอก” หน้าหวานยิ้มให้

 

“โล่งอกไปที” เจมส์พูดกับตัวเองเบาๆ

 

“คชาเป็นคนไทยจริงเหรอ?” ไทด์ถามคชาด้วยความอยากรู้หลังจากที่ได้ฟังคนตัวเล็กเล่าที่มาของตัวเองให้ฟัง

 

“ครับ ผมเป็นคนไทยแท้ๆเลยแต่ว่าไปโตที่มาเก๊า”

 

“แล้วพวกที่ตามคชามาจะตามหาคชาเจอไหมเนี่ย?”

 

“ผมก็ไม่รู้ครับแต่ผมอยากหลบสักพักแล้วก็อยากเที่ยวที่นี่ก่อน”

 

“งั้นไปพาคชาไปที่เกาะของเราดีป่ะ?” เจมส์เสนอความคิดเห็นให้เต๋า

 

“เออ...ก็ดี เดี๋ยวก็ต้องไปที่นั่นอยู่แล้ว”

 

“คุณมีเกาะด้วยเหรอเต๋า?” ร่างบางถามอย่างสนใจ

 

“อืม ต้องขับเรือออกทะเลไปอีกหน่อย จะไปไหม?”

 

“ไปครับ!!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

To Be Conti.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ฝากอีกเรื่อง 555

edit @ 12 Feb 2012 14:57:21 by LittleDoll_rabbit

edit @ 12 Feb 2012 14:58:57 by LittleDoll_rabbit