ร้าย!!! พอๆกัน #3 The interrupt
posted on 23 Mar 2012 14:34 by auniaun directory FictionChapter 3 - The interrupt
[ตอนนี้ขอ...งดเกรียน(รึเปล่า?)นะจิ๊บิ : AunAun]
น่าอายที่สุดในสามโลก น่าอายที่สุดในชีวิตที่นนทนันท์เจอมา วันนั้นผมทำเรื่องน่าอายกว่านี้ตั้งหลายเท่า แต่ทำไม๊ทำไมวันนี้มันช่างน่าอายกว่าวันนั้นมากมายหลายขุมนัก ถ้าหม่ามี๊กับอาป๊ารู้จะต้องผิดหวังในตัวคชาน้อยลูกรักคนนี้แน่ๆ โฮๆ YOY *ทุบโต๊ะ*
ผมมีข้อสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง...ทำไมหน้าอกและไหล่ของผมมันไม่กว้างเหมือนของอิพี่เต๋าวะ?
ช่างมันเถอะ!! มาคิดก่อนดีกว่าว่าผมจะทำยังไงต่อไปดี แค่ปากบวมเพราะน้ำยาบ้วนปากผมก็อายจะแย่อยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้โดนพ่วงข้อสงสัยโดนดูดปากเข้าไปอีก อร๊ากกกก!! ปี๊บอยู่ไหน? ผมจะเอาครอบหัววววว
ข่าวลือที่ผมไปดูดปาก(?)กับไอ้พี่เต๋ามันแพร่ไปทั่วโรงเรียนเร็วกว่าข่าวที่ผมกับไอ้เฟรมจัดฉากซะอีก ผมต้องทนนั่งเรียนในห้องท่ามกลางเสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมห้องและเสียงกรนของไอ้เฟรมที่นอนน้ำลายยืดตลอดคาบเรียน ไอ้เพื่อนทรพี!!
กว่าจะแบกสังขารและชีวิตของตัวเองกลับบ้านได้นี่ต้องผ่านสมรภูมิน้ำลายมาทั้งวันเลยนะ
“อ้าวลูกกลับมาแล้วเมื่อไหร่คะ?” หม่ามี๊ที่นั่งเขียนรายรับรายจ่ายประจำเดือนอยู่ที่ห้องรับแขกถามผมเมื่อเห็นผมเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านพร้อมกับเสื้อสเวตเตอร์ผืนหนาที่ไอ้พี่เต๋ามันยัดเยียดมาให้ผมซัก เพราะผมไปสั่งน้ำมูกใส่เสื้อผืนนี้ของมัน
“มาเมื่อกี๊เองครับ หม่ามี๊...” ผมบอกหม่ามี๊ก่อนจะเดินไปที่เครื่องซักผ้ารุ่นปุโรทั่งของบ้าน มันอยู่กับผมมาเป็นสิบๆปีแล้วนะ อาป๊าขนไปซ่อมไม่รู้กี่ครั้ง ผมกับเฮียนัทสงสัยว่าเงินค่าซ่อมมันจะมากกว่าราคาของมันตอนที่ซื้อมาซะอีก
“นั่นจะเอาไปซักเหรอลูก ปกติเห็นซักเป็นตะกร้าเลยนี่” หม่ามี๊ทัก
“อ๋อ...เสื้อของหมาอ่ะหม่ามี๊ซักให้มัน ชาสงสารมัน” คึคึคึ ด่าลับหลังแบบนี้เจ้าตัวคงไม่ได้ยินหรอก

หลังจากที่ผมตากเสื้อเสร็จแล้วก็หลบแสงแดดยามเย็นมานอนอืดอยู่ในห้องนอน มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของนนทนันท์อยู่แล้ว กินแล้วก็นอน พิเศษขึ้นมาหน่อยก็เล่นดนตรีกับไอ้เฟรมและเฮียนัท
ผมกดรีโมทเลือกช่องดูการ์ตูนอย่างตั้งใจปานประหนึ่งเลือกกาข้อสอบ
เจอแล้ว!! เบ็นเท็นที่รักกกกก
~วนอย่างนี้เรื่อยไป หลับตาครั้งใดภาพเธอยังวนทำร้ายหัวใจฉัน...~
โทรศัพท์เครื่องน้อยที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนหัวเตียงสั่นอย่างกับเจ้าเข้า ผมคว้ามันมากดรับขณะที่ตาก็จ้องอยู่ที่เจ้าตัวการ์ตูนในโทรทัศน์
“ฮัลโหล”
/ไอ้เด็กแสบใช่ไหม?/ เสียงทุ้มห้าวดังออกมาไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าใครโทรมา
“ครับผม ต๋าวๆใช่ไหมครับ?” ผมแกล้งหยอด แหวะๆ ไม่ได้คิดพิศวาสอะไรหรอกนะ สเป็ค ของผมต้องสาวหมวยเท่านั้น!!!
/อย่ามาเล่นลิ้น/
“เราสองคนไปดูดลิ้นกันตอนไหนเหรอครับ?”
/จะดูดหรือไม่ดูด ตอนนี้เขาก็เข้าใจว่าดูดไปทั้งโรงเรียนแล้วล่ะ/
“ก็เพราะใครล่ะ?” ถ้าไอ้พี่เต๋ามันไม่ดึงน้องมิยาบิออกมันคงไม่เกิดเรื่องซวยๆแบบนั้นขึ้นแน่
/ก็มึงไม่บอกกูนี่ว่าปากมึงบวม สัส!! เสือกแดงแล้วยังเสือกเจ่ออีกนะ/ อ่าวๆ คุณพี่ครับปากผมมันแดงมันเจ่อมันก็ไม่ได้ไปแดงไปเจ่อบนหลังคาเล้าไก่บ้านพี่นะครับ
“ก็ผมบอกแล้ไงว่าอย่าถอดๆ แล้วพี่เอาเบอร์ผมมาจากไหนเนี่ย?”
/เพื่อนมึงนั่นแหละที่หน้าสิวๆอ่ะ/ ไอ้เฟรม!!! ไอ้เพื่อนเวร
“แอบปิ๊งผมป่ะเนี่ยมีเบอร์ด้วย”
/พรุ่งนี้วันเสาร์เดี๋ยวตอนเช้ากูจะไปรับมึงที่บ้าน/
“เหี้ย!! มาทำไมพี่ แล้วรู้จักบ้านผมเหรอไง?”
/เพื่อนมึงเขียนแผนที่ให้แล้ว/ ไอ้เพื่อนดับเบิ้ลเวรรร ฮึ่มมมมม...วันจันทร์สงสัยผมต้องประเคนรางวัลให้มันซักโบก
-__-++ *สายตาอาฆาต*
“ผมไม่ว่าง” อ๊ะ!! น้องคชาโกหก ~ อันที่จริงแล้วน้องคชาไม่อยากออกจากบ้านต่างหากอายปากบวมๆที่ยังไม่ค่อยจะหายดีของตัวเอง ยิ่งคิดยิ่งโซแซดด เมื่อไหร่มันจะหายสักทีน๊อออ? T^T *ทำหน้าปลงตก*
/หึหึหึ กูรู้ว่ามึงว่างแค่นี้นะ/
ติ๊ดดด!!
“เดี๋ยวๆ อ้าว...ไอ้พี่บ้าวางสายเฉยเลยมันยังไม่เคลียร์เลยนะโว๊ย” ผมบ่นเบาๆ ก่อนจะเอาเจ้าโทรศัพท์รุ่นเดอะเก๋าของผมวางลงที่เดิมของมัน แล้วมานั่งจ้องน้องเบ็นเท็นต่อ เรื่องอะไรผมจะโทรไปถามล่ะ เก็บตังค์โทรศัพท์ที่มีอยู่น้อยนิดไว้ใช้ประโยชน์ยามจำเป็นๆดีกว่า โทรหาไอ้พี่เต๋ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระและสิ้นเปลืองมาก!!

ก๊อก ก๊อก!!
“ตี๋!! มีไอ้หน้าเผือกที่ไหนไม่รู้มาหา” เสียงเฮียนัทดังออกมาจากหน้าประตูห้อง ใครวะไอ้เผือก?
“ใครอ่ะเฮีย?” ผมกำลังส่องกระจกลายคิตตี้สีชมพูเพื่อเพ่งพิศใบหน้า(บูดๆ)หลังตื่นนอนของตัวเองอย่างตั้งใจ
“ไม่รู้สิเห็นมายืนรอที่หน้าบ้านอ่ะ ออกไปดูหน่อยก็ดีนะ”
“ครับ เฮีย!! บอกมันว่าให้รอสักครึ่งชั่วโมงนะชาจะอาบน้ำ”
“เออๆ”

ผมเดินลงบันไดอย่างอึนๆทั้งๆที่พึ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย ไม่สิ... นอนไม่หลับเลยต่างหาก มันกระสับกระส่ายคลื่อนไส้เวียนหัวคล้ายจะเป็นลม ไม่ใช่ละ!!
ไอ้เผือกของเฮียนัทก็คงไม่ใช้ใครที่ไหน คนที่โทรมาขู่(?)ผมเมื่อวานนั่นแหละ ผมหยิบเสื้อสเวตเตอร์ที่ซักเมื่อวานติดมือมาด้วย และไม่ลืมพกพริกไทยป่นใส่กระเป๋าสะพายลายเบ็นเท็นไปด้วยเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน
“วันนี้จะไปไหนแต่เช้าล่ะอาตี๋?” อาป๊านั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟาห้องรับแขก
“ไปแถวๆนี้ครับอาป๊าเดี๋ยวก็คงกลับมา...มั้ง”
“อืมๆ อย่ากลับบ้านกลับช่องดึกนักล่ะ”
“รับทราบครับผม”
[Tao’s part]
ผมนั่งพิงปอร์เช่ลูกรักรอไอ้เด็กแสบมาเป็นชั่วโมง ไหนพี่ชายมันบอกว่าให้รอครึ่งชั่วโมงไม่ใช่เหรอวะ? เมื่อวานผมโดนไอ้เพื่อนเวรสวดยับเลยมันไม่ถามอะไรผมสักคำเลยให้ตาย ถ้าผมได้ไอ้เด็กเวรคชาไปเป็นแฟนจริงๆคงต้องปวดหัวไปมากกว่านี้แน่ วันจันทร์ผมจะทำให้มันไปสารภาพกับทุกคนที่โรงเรียนให้ได้
แต่ว่าวันนี้ขอใช้งานไอ้เด็กแสบนี่ก่อนก็แล้วกัน ในเมื่อมันอยากเป็นแฟนผมมากนัก จะสนองให้หนึ่งวันก็แล้วกัน
ร่างเล็กที่บอบบางเกินชายในชุดเสื้อฮู้ดแขนกุดสีส้มสดใสสกรีนลายเป็ดสีเหลืองคาบอมยิ้ม ส่วนกางเกงก็เป็นกางเกงยีนขาสั้นธรรมดาๆแต่รวมๆแล้วก็ดูดี เดินสะพายกระเป๋าเบ็นเท็นออกจากบ้าน
“มึงมาโคตรช้าเลย หัดสปีดตัวเองบ้างนะ หรือว่าแรมต่ำ?”
“โหยยย พี่เต๋า ผมพึ่งตื่นเองเหอะ”
“วันนี้กูมีที่ที่จะพามึงไป”
“ที่ไหนอ่ะพี่ นรกผมไม่ไปนะเชิญพี่ไปคนเดียวเถอะ ผมว่าที่นั่นเขาคงไม่ต้อนรับผมหรอก” ไอ้นี่วอนตรีนตั้งแต่เช้า สงสัยว่ามันคงไม่ได้กินข้าวเช้ามาแน่ๆเลยจึงวอนอยากกินอวัยวะเบื้องล่างที่มีข้อนิ้วของผม
“กูบอกมึงเหรอว่ากูจะไปนรก?”
“งั้นไปไหนอ่ะ?”
“ขึ้นรถ...แล้วเดี๋ยวมึงก็รู้เองแหละ” ผมบอกมันเรียบๆก่อนที่จะเดินไปที่ฝั่งคนขับ คชาเองก็เปิดประตูไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ แล้ววางเสื้อสีเทาของผมไว้ที่คอนโซลรถ ผมสตาร์ทรถทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง ไอ้คนข้างๆก็หวีดร้องลั่นยังกับผมจะพามันไปตาย
ไม่ต้องห่วงน่าไอ้น้องมากับเศรษฐพงศ์แล้วสบายหายห่วง *ชูสองนิ้ว*

[Kacha’s part]
อร๊ากกกกก!! ผมอยากเอาแป้งเย็นตราเสือภูเขากรอกปากไอ้พี่เต๋าจริงๆ คุณมึงกลัวไม่ได้ตายเหรอครับ? ถึงขับรถเร็วปานตดตัวชะมดป่า ปาดซ้ายทีขวาทีน้องคชาจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว ทุกทีเวลาไปไหนหม่ามี๊ของผมขับเร็วที่สุดแค่ประมาณ80Km/h เท่านั้นแหละ แต่ไอ้คุณเต๋ามันคงเหยียบมิดคันเร่งแน่ๆ ถ้าเกิดว่าหัวผมเกิดหลุดออกไปนอกหน้าต่างนะผมจะปรับคาเสียหายจนบ้านมันต้องกินข้าวกับภาพปลาทูเลย
รถคันหรูจอดที่หน้าร้านไอศกรีมกึ่งเบเกอรี่แห่งหนึ่ง ตัวร้านตกแต่งสไตล์ยุโรปแต่งแต้มด้วยสีครีมทั้งร้านแลดูอบอุ่น พี่เต๋าดับเครื่องยนตร์แล้วเดินลงจากรถทิงผมให้นั่งตากแอร์(ที่ดับไปแล้ว)อยู่คนเดียว ไอ้คนไร้ความรับผิดชอบ เอาเค้ามาแล้วก็มาทิ้งกัน แย่ที่สุด!!
ผมเดินลงจากรถด้วยความเซ็งสุดขีด แต่ผมก็ต้องชะงักงันพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นหอมของเค้กลอยออกมาจากภายในร้าน ผมยังไม่ได้ยัดอาหารเช้าลงท้องเลยอ่ะ ตอนนี้ต่อมตะกละมันเริ่มทำงานอีกแล้ว
~ กรุ๊ง กริ๊ง ~
เสียงกระดิ่งสีชมพูรูปหัวใจที่ห้อยอยู่บนประตูทางเข้าของร้านดังต้อนรับผมเบาๆ ยามเช้าๆแบบนี้ลูกค้าก็มีอยู่ประปราย ผมชะเง้อมองหาไอ้คนที่พาผมมาแล้วก็หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ จนกระทั่งเดินมาเจอผู้หญิงผิวขาวสวยที่ยืนอยู่ตรงมุมร้าน เธอกำลังเช็ดโต๊ะอยู่ ผมจึงเลือกที่จะเดินไปถามเธอคนนั้นเพราะผ้ากันเปื้อนของเธอมันปักด้วยตัวหนังสือสีแดงสดว่า MASTER!! คนคนนี้เป็นมาสเตอร์ของร้านเหรอเนี่ย?
“เอ่อ...คุณครับ?” ผมสะกิดแผ่นหลังของมาสเตอร์สาวเบาๆ
“ว่าไงคะ?” ผู้หญิงคนนี้หันมายิ้มหวานๆให้ผม
“เห็น เอ่อ...พี่เต๋าไหมครับ?”
“ไอ้เจ้าเต๋าเหรอ อยู่หลังร้านมั้ง? น้องลองไปหามันดูนะ^^”
“ขอบคุณครับ” ผมกล่าวขอบคุณเบาๆก่อนจะเดินไปที่หลังร้าน
ผมค่อยๆเดินมาหาร่างสูงที่ง่วนอยู่กับการผ่าสตรอเบอร์รีประดับหน้าเค้กสตรอเบอร์รีวานิลลา ไม่คิดว่าคนที่วันๆเอาแต่เที่ยวทำตัวหล่อ ควงสาวไม่ซ้ำหน้าแถมยังอยู่รกโลกไปวันๆแบบไอ้พี่เต๋าจะทำเค้กเป็นกับเขาด้วย ผมแกล้งย่องเบาๆแล้วกอดเอวหนาเอาไว้แน่นให้คนที่ถูกกอดตกใจหน่อย แต่ผลกลับผิดคาดเมื่อคนโดนแกล้งไม่ตกใจเลย ยังคงแต่งหน้าเค้กอยู่อย่างเดิม ผมผละออกทันที ผมมักจะแกล้งเฮียนัทอย่างนี้บ่อยๆ เฮียของผมน่ะตกใจง่ายสุดๆเลย
ว๊าาาาาา ~ คนอะไรแกล้งไม่มันส์เลย?
ผมจึงตั้งท่าจะหันหลังกลับแต่ก็ถูกมือหนาๆดึงไว้ มันเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว ร่างกายของผมซวนเซชนกับอกแข็งๆ แล้วสตรอเบอร์รีผ่าครึ่งอันหนึ่งก็ถูกยัดเข้ามาในปากของผม ตามด้วยริมฝีปากร้อนที่กดทับลงมาอีกที รสจูบที่เต็มไปด้วยรสและกลิ่นของสตรอเบอร์รี หวานอมเปรี้ยว น่าลุ่มหลงแบบแปลกๆ ลิ้นหนาตวัดดูดเล่นหยอกล้อกับลิ้นของผม แม้ว่าสตรอเบอร์รีซีกนั้นจะถูกผมกับไอ้พี่เต๋าดูดกลืนไปหมดแล้ว แต่ความหวานมันยังติดปลายลิ้นของผมอยู่เลย ร่างกายของผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาอยู่ในอ้อมกอดของพี่เต๋าตั้งแต่เมื่อไหร่?
พี่เต๋าถอนจูบออกแต่ยังคงกอดผมไว้หลวมๆ ผมอยากดันตัวเองออกมาจากตรงนั้น อยากมุดดินหนีจากสภาพที่เป็นอยู่นี้ อยากตบหน้าคนเจ้าเล่ห์ชอบฉวยโอกาสสักฉาด แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะแรงของผมในตอนนี้มันเหมือนถูกดูดหายไปพร้อมกับจูบเมื่อครู่แล้ว นี่สินะที่เขาเรียกว่า ‘จูบ’ มันเป็นแบบนี้เองสินะ
นี่มันเฟิร์ทคิสของผมเลยน๊า!!
ถ้าไม่รวมวิ่งชนปากไอ้เฟรมที่หน้าประตูห้องคอมพิวเตอร์ตอนอยู่ปอสี่อ่ะนะ
โฮๆ ๆ ผมเกลียดคนคนนี้ที่สุดในโลกเลย จูบแรกของกรู๊ววววว!!!!!!!
“พี่เต๋าฉวยโอกาส” ผมพูดออกมาเสียงดังอู้อี้ ทำไมแว๊ๆ ทั้งๆที่อยากตะโกนออกมาให้มันลั่นร้านเลยแท้ๆ
“มึงยั่วกูก่อนเองนะ” ดู ดู๊ ดู มันว่าผมยั่ว ผมไปยั่วมันตอนไหน ไม่มี๊!!!
“อย่ามามั่ว ผมไปยั่วพี่ตอนไหนกัน ไอ้คนเจ้าเล่ห์” ผมระดมทุบลงไปที่อกแข็งๆนั่นไม่ยั้ง สักพักผมก็หยุดไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ ผมเจ็บมือว่ะ!!
“ก็ตอนที่...” ไอ้พี่เต๋ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ
“อี๋!!! เอาหน้าขาวๆของพี่ออกไปจากหน้าหล่อๆของผมเลยนะเว่ย” ผมเอามือดันหน้าขาวๆนั่นไว้
“หึหึหึ” เสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอทำให้ผมหน้าร้องผ่าวด้วยความอับอายขายขี้หน้า
“น้องเต๋า!!” เสียงแหลมปรี๊ดดดดดดดด!! ดังมาจากทางประตู ทำให้ผมกับไอ้พี่เต๋าที่กำลังกอดกันอยู่หันไปมองพร้อมกัน ผู้หญิงสวยมากๆ หน้าขาววอก ปากแดงแจ๋ยังกับแดรกอุทัยทิพย์เป็นอาหารมื้อละโหล กับชุดเดรสสีชมพูยืนทำหน้าบึ้งมองมาที่ผมเขม็ง
“พี่แนน” เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ แต่คชาหูดี คชาได้ยิน อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้เป็น...
เป็น......
เป็น......
.
.
เป็นใครวะ?

#พูดคุยกับอินังไรท์เตอร์สักกะนิ๊ดดดด#
ตอนนี้อยากให้หวานอ่ะ แต่มันไม่หวาน -..- /อะไรของมันนังนี่?
พยายามหวานนนนนน ที่สุดแล้วอ่ะนะ
ถ้าหากหวานของไรท์เตอร์ มันขมสำหรับรีดเดอร์ สงสัยต้องเปลี่ยนแนวแต่งฟิคเป็นแนวอาชญากรรมแทนซะละ 555
ปอลอ... พรุ่งนี้อันจะเอาเอา Short fictionTaoKacha มาลงค่ะ ตั้งใจจะเอามาลงวันนี้แต่ว่ามันปั่นไม่ทัน ขอโทษด้วยนะจิ๊บิ
The day you went Away
กรง[Cage]
Disunited
Equally ร้ายพอๆกัน#4
ปอลอลอ...อยากลงคืนนี้นะคะ แต่ว่าติดงานราตรีปัจฉิมที่โรงเรียนค่ะ
☺รักคนอ่าน พิศวาสคนเม้น กร๊ากกกก 555+☺
edit @ 23 Mar 2012 15:10:56 by LittleDoll_rabbit
edit @ 23 Mar 2012 15:11:29 by LittleDoll_rabbit



